การบริบาลทางเภสัชกรรม สาขาการประเมินและติดตามอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา (ปี 2569) รุ่นที่ 1


การบริบาลทางเภสัชกรรม สาขาการประเมินและติดตามอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาเป็นหลักสูตรภาคปฏิบัติ 16 สัปดาห์ โดยมีเนื้อหาทางทฤษฎีสอดแทรกตลอดระยะของการฝึกปฏิบัติงาน โดยเภสัชกรที่เข้ารับการฝึกจะได้มีโอกาสปฏิบัติงานร่วมกับสหวิชาชีพที่มีความชำนาญในการบริบาลเภสัชกรรมในผู้ป่วยที่เกิดเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาในโรงพยาบาล

กำหนดการอบรมระยะเวลา 16 สัปดาห์ (ฝึกปฏิบัติ ณ โรงพยาบาลลำปาง) โดยมีรอบการอบรม 2 รอบ เพื่อให้ผู้เสมัครได้เลือกตามช่วงที่สะดวก ได้แก่
รอบการอบรมที่ 1   วันที่ 1 มิถุนายน - 30 กันยายน 2569  
รอบการอบรมที่ 2   วันที่ 1 ตุลาคม 2569 - 31 มกราคม 2570 

** ผู้สมัครต้องเลือก "รอบการอบรม" ตั้งแต่วันที่ทำการสมัครหลักสูตร **

ผู้สมัครสามารถดาวน์โหลดเอกสารได้ดังนี้
1) ใบสมัครเพื่อแสดงความจำนงเข้าร่วมอบรม : https://cmu.to/obde4
2) หนังสือเชิญอบรมเพื่อเป็นเอกสารแนบสำหรับต้นสังกัด : https://cmu.to/obde4

ประกาศผลการคัดเลือกผู้สมัครหลักสูตร : https://cmu.to/ddB4h

ช่วงวันรับสมัคร
วันเริ่มรับสมัคร 11 พ.ค. 69 เวลา 08:30 น.
วันสิ้นสุดรับสมัคร 30 ก.ย. 69 เวลา 16:30 น.
วันสิ้นสุดชำระค่าสมัคร 30 ก.ย. 69 เวลา 16:30 น.
ช่วงเวลาเรียน
1 มิ.ย. 69 เวลา 08:00 น. ถึง 30 ก.ย. 69 เวลา 16:00 น.
Online learning และ On-Site Training
โรงพยาบาลลำปาง
รอบการอบรมที่ 1

1 ต.ค. 69 เวลา 08:00 น. ถึง 31 ม.ค. 70 เวลา 16:00 น.
Online learning และ On-Site Training
โรงพยาบาลลำปาง
รอบการอบรมที่ 2
จำนวนรับสมัคร
4 คน
(เปิดอบรมเมื่อมีจำนวนผู้ลงทะเบียนขั้นต่ำ 2 คน/รอบการอบรม)
ประเภทหลักสูตร
กำลังโหลดข้อมูล...
ความรู้พื้นฐาน/คุณสมบัติของผู้สมัคร

เป็นเภสัชกรโรงพยาบาล

ค่าธรรมเนียมการศึกษา
(ราคานี้รวมค่าบำรุงมหาวิทยาลัยแล้ว)
30,600 บาท
(ค่าธรรมเนียมการอบรม 30,000 บาท และค่าบำรุงมหาวิทยาลัย 600 บาท)
ค่าบำรุงมหาวิทยาลัย
* สำหรับนักศึกษา บุคลากร หรือศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จะยกเว้นค่าบำรุงมหาวิทยาลัย 600 บาท (ยอดชำระ 30,000 บาท)
ส่วนลด
-
เงื่อนไขการรับสมัคร

1) เป็นผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม
2) เป็นผู้ที่ได้รับใบประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมและไม่เคยถูกลงโทษในคดีทางจรรยาบรรณในระยะเวลา 2 ปีก่อนจะสมัครเข้ารับการอบรม
3) เป็นผู้ที่กำลังปฏิบัติงานในสาขาที่เกี่ยวข้องกับเภสัชบำบัดอยู่
4) เป็นผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติงานติดตามและประเมินอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา
5) กรณีมีหน่วยงานต้นสังกัด ต้องได้รับอนุญาตจากหัวหน้าหน่วยงานต้นสังกัดให้เข้ารับการอบรม
6) ผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กล่าวข้างตัน สามารถสมัครเข้ารับการอบรมได้ โดยไม่มีการสอบคัดเลือก

หลักการและเหตุผล

การติดตามอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา (Adverse Drug Reaction Monitoring: ADR monitoring) มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความปลอดภัยของผู้ป่วยและประสิทธิภาพของการรักษาทางยา ซึ่งการติดตามอาการไม่พึงประสงค์จะช่วยลดความเสี่ยงที่ผู้ป่วยจะได้รับอันตรายจากการใช้ยา ทำให้แพทย์สามารถปรับปรุงการรักษาให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย และข้อมูลจากการติดตามอาการไม่พึงประสงค์ที่มีการรวบรวมรายงานส่งไปยังศูนย์เฝ้าระวังความปลอดภัยด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพ (Health Product Vigilance center: HPVC) ยังช่วยให้สามารถตรวจจับและประเมินสัญญาณความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์สุขภาพ ซึ่งรวมถึงยาอีกด้วย ในระดับโรงพยาบาล แพทย์และพยาบาลมีบทบาทสำคัญในการสังเกตและรายงานอาการไม่พึงประสงค์ที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วย ทั้งนี้ เภสัชกรโรงพยาบาล เป็นผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงในงานบริบาลทางเภสัชกรรมด้านการติดตาม ADRs ที่ได้รับการรายงานจากบุคลากรทางการแพทย์อื่นๆ อันประกอบด้วย การสัมภาษณ์และเก็บข้อมูลประวัติการใช้ยาและอาการที่เกิดขึ้น การบันทึกรายละเอียดเกี่ยวกับอาการไม่พึงประสงค์ การประเมินความสัมพันธ์ระหว่างอาการไม่พึงประสงค์ที่เกิดขึ้นกับยาที่ใช้ การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อหาสาเหตุและแนวโน้มของอาการไม่พึงประสงค์ การให้คำปรึกษาผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์เกี่ยวกับอาการไม่พึงประสงค์ที่เกิดขึ้น การพัฒนาระบบการติดตามอาการไม่พึงประสงค์ให้มีประสิทธิภาพและครอบคลุมมากขึ้น และเป็นผู้รวบรวมและรายงาน ADRs ที่พบเจอไปยังศูนย์ HPVC ดังนั้น จึงนับได้ว่าเภสัชกรมีบทบาทที่สำคัญอย่างยิ่งในการติดตามอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาในโรงพยาบาล
การทบทวนความรู้และทักษะในการติดตามอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเภสัชกร เนื่องจากวงการแพทย์และเภสัชกรรมมีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง มีการค้นพบยาใหม่ และการเปลี่ยนแปลงแนวทางการรักษา อีกทั้งยังมีข้อมูลเกี่ยวกับอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาที่ถูกรายงานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะช่วยทำให้เภสัชกรสามารถระบุและจัดการกับอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ลดความเสี่ยงที่ผู้ป่วยจะได้รับอันตราย สามารถให้คำแนะนำที่เหมาะสมแก่ผู้ป่วยและทีมแพทย์ ซึ่งช่วยทำให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นการพัฒนาวิชาชีพ ทำให้เภสัชกรมีความเชี่ยวชาญและสามารถให้บริการที่มีคุณภาพสูง ดังนั้น คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และฝ่ายเภสัชกรรม โรงพยาบาลลำปาง จึงร่วมกันจัดให้มีหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพเภสัชกรรม สาขาการประเมินและติดตามอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา หลักสูตรภาคปฏิบัติ 16 สัปดาห์ โดยเป็นการฝึกอบรมระยะสั้นที่มุ่งเน้นให้ผู้เข้าอบรมเข้าใจถึงหลักการทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ ซึ่งกำหนดให้เภสัชกรฝึกปฏิบัติงาน ณ หอผู้ป่วยในทั้งแผนกผู้ใหญ่และเด็ก รวมถึงแผนกผู้ป่วยนอก ของโรงพยาบาลลำปาง อันจะช่วยเพิ่มพูนองค์ความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ให้แก่เภสัชกรที่มีหน้าที่ดูแลและติดตามอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา เพื่อที่จะสามารถนำไปปฏิบัติตลอดจนริเริ่มการให้บริบาลทางเภสัชกรรมด้านการประเมินและติดตามอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาได้จริงเมื่อสำเร็จการอบรม เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่มีความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูงสุด

เนื้อหาของหลักสูตร

หลักสูตรอบรมระยะสั้นการฝึกอบรมระยะสั้นการบริบาลทางเภสัชกรรม สาขาการประเมินและติดตามอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาเป็นหลักสูตรเพื่อการรับรองสมรรถนะ มีระยะเวลาการเรียนรู้รวมจำนวน 465 ชั่วโมง ประกอบด้วยการสอนภาคทฤษฎีโดยการบรรยาย จำนวน 45 ชั่วโมง และการฝึกปฏิบัติในโรงพยาบาลจำนวน 420 ชั่วโมง

รายละเอียดการฝึกอบรม
1. ภาคทฤษฎี  การบรรยาย 45 ชั่วโมง โดยมีการบรรยายครอบคลุมเนื้อหาดังต่อไปนี้

หัวข้อที่ หัวข้ออบรม จำนวนชั่วโมง
1

บทนำการติดตามอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา
1.1 บทบาทเภสัชกรในการติดตามอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา
นิยามและความหมายที่เกี่ยวข้องกับงานติดตามอาการไม่พึงประสงค์
จากการใช้ยา

1
 

1.2 กลไกการเกิดอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา

1
 

1.3 ประเภทการเกิดอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา
(Type A & B ADR)

3
2

การแพ้ยาข้ามกลุ่มและการวินิจฉัยการแพ้ยาทางห้องปฏิบัติการ
2.1 การแพ้ยาข้ามกลุ่ม: Beta-lactams

1
 

2.2 การแพ้ยาข้ามกลุ่ม: Quinolones and Sulfonamides

1
 

2.3 การแพ้ยาข้ามกลุ่ม: NSAIDs

1
 

2.4 การแพ้ยาข้ามกลุ่ม: Antiepileptic drugs และ contrast media

2
 

2.5 การวินิจฉัยการแพ้ยาทางห้องปฏิบัติการ

2
3

การแพ้ยาและเภสัชพันธุศาสตร์
Pharmacogenetic in drug allergy: role of pharmacist

3
4

ผื่นแพ้ยา: การวินิจฉัยแยกโรคและการรักษาผื่นในเด็ก

2
 

ผื่นแพ้ยา: การวินิจฉัยผื่นแพ้ยาที่พบบ่อยในผู้ใหญ่

3
5

การรวบรวมข้อมูลและการประเมินผู้ป่วยอย่างเป็นระบบ
5.1 การสัมภาษณ์ประวัติอาการ การรวบรวมข้อมูลอาการ
ไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาและแหล่งข้อมูลที่จำเป็นใน
การประเมินอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา

2
 

5.2 การประเมินผู้ป่วยอย่างเป็นระบบ
• การเขียน Timeline
• Algorithm ในการประเมิน ADRs เช่น Naranjo’s algorithm,
Thai algorithm และ WHO-UMC criteria


1
2
6

การสื่อสารเมื่อเกิดอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา
6.1 การสื่อสารข้อมูล ADRs กับบุคลากรทางการแพทย์:
Pharmacist’s note และการเขียนรายงานผู้ป่วยเพื่อส่งตีพิมพ์

3
 

6.2 การสื่อสารข้อมูล ADRs กับผู้ป่วย: การเขียนบัตรแพ้ยา
บัตรเตือนแพ้ยา การให้คำแนะนำเพื่อป้องกันการแพ้ยาซ้ำ

2
 

การประเมินอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาอย่างเป็นระบบ
7.1 การประเมินอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาอย่างเป็นระบบ:
ตอนที่ 1 กรณีผู้ป่วยเด็ก

1
 

7.2 การประเมินอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาอย่างเป็นระบบ:
ตอนที่ 2 กรณีผู้ป่วยผู้ใหญ่

1
8

Drug-induced diseases
8.1 Drug-induced liver diseases: basic and practical issues for
patient management

3
 

8.2 Drug-induced renal disorders: basic and practical issue for
patient management

2
 

8.3 ADR management in chemotherapy

2
9

การรายงานอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาและระบบเครือข่าย
รายงาน ADRs

1
10

การจัดการข้อมูลและการใช้ประโยชน์จากข้อมูลรายงานอาการ
ไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา (routine to research to routine :R2R)

2
11

การทำ Intensive ADR Monitoring

1
12

การเชื่อมโยงตัวชี้วัดด้าน ADR กับการพัฒนาระบบบริหารความเสี่ยง
ของโรงพยาบาล

2
 

รวม

45 ชั่วโมง

2. ภาคปฏิบัติ  เป็นการฝึกปฏิบัติงานไม่น้อยกว่า 420 ชั่วโมง ประกอบด้วย การฝึกปฏิบัติงานด้านการติดตามและประเมินอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา โดยทำงานร่วมกับสหสาขาวิชาชีพ ได้แก่ แพทย์ พยาบาล เพื่อดูแลผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยในโรงพยาบาล ทั้งผู้ป่วยผู้ใหญ่และผู้ป่วยเด็ก โรงพยาบาลลำปาง โดยกิจกรรมประจำวัน มีรายละเอียดดังนี้

เวลา กิจกรรม

08.00 – 12.00 น.

กิจกรรมการให้บริบาลทางเภสัชกรรมด้านการติดตามและประเมินอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา*

13.00 – 16.00 น.

อภิปรายกรณีศึกษากับอาจารย์ประจำแหล่งฝึก ร่วมกับดำเนินกิจกรรมการเรียนการสอนตามที่กำหนด

*กิจกรรมการให้บริบาลทางเภสัชกรรมด้านการติดตามและประเมินอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาครอบคลุม รายละเอียดของกิจกรรมดังต่อไปนี้

1) ด้านเภสัชกรรมคลินิก
- การสัมภาษณ์และรวบรวมประวัติข้อมูลผู้ป่วยที่เกิดอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา
- การติดตาม ประเมินและจัดการผู้ป่วยที่เกิดอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา
- การให้ความรู้ และคำแนะนำแก่ผู้ป่วยที่เกิดอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา
- การเขียนบันทึกประวัติผู้ป่วยแพ้ยาในโปรแกรมเวชระเบียนของโรงพยาบาล
- การนำเสนอกรณีศึกษาให้กับอาจารย์และทีมสหวิชาชีพที่ร่วมดูแลผู้ป่วย อย่างน้อย 4 กรณีศึกษา

2) ด้านการประสานงาน
- ระบบการจัดการเมื่อพบผู้ป่วยที่เกิดอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา
- การเข้าถึงข้อมูลผู้ป่วยจากฐานข้อมูลโรงพยาบาล
- ห้องปฏิบัติการ ได้แก่ ระบบการส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ ระบบการรายงานและประสานข้อมูลทางห้องปฏิบัติการ
- ทีมสหวิชาชีพที่ร่วมดูแลผู้ป่วย ได้แก่
                    1)  พยาบาลห้องตรวจ/หอผู้ป่วย: การซักประวัติแพ้ยาหรือการคัดกรองผู้ป่วยแพ้ยา การติดตามอาการผู้ป่วย
                    2)  แพทย์ผู้รักษา: การปรึกษาการสั่งใช้ยา การประเมินอาการแพ้ยา และการจัดการผู้ป่วยที่มีประวัติ/สงสัยแพ้ยา
- คณะกรรมการของโรงพยาบาลที่เกี่ยวข้องกับการจัดการระบบยาและ/หรือการจัดการความเสี่ยงด้านยา ได้แก่ การรายงานผลการวิเคราะห์รายงานการเกิดอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา การนำเสนอมุมมองการจัดการเชิงระบบและการสื่อสารข้อมูล

3) ด้านการจัดการเชิงระบบ แบ่งเป็น 4 กิจกรรม ดังแสดงในตาราง

กิจกรรม ตัวชี้วัด
1. การวิเคราะห์หาสาเหตุที่ราก (root cause analysis) กรณีพบผู้ป่วยเกิดอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาที่ป้องกันได้
(preventable ADR)
1 รายงาน
2. การเขียนรายงานผู้ป่วยและนำเสนอกรณีศึกษาผู้ป่วยเกิดอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา 1 รายงานกรณีศึกษา
3. การบันทึกแบบรายงานผู้ป่วยเกิดอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาเพื่อส่งต่อนักงานคณะกรรมการอาหารและยา 4 รายงาน
4. การจัดการเชิงระบบที่เกี่ยวข้องอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา
1) การรวบรวมรายงาน วิเคราะห์ข้อมูล เพื่อหาแนวทางหรือรูปแบบในการป้องกันหรือลดความรุนแรงของการเกิดอาการ
ไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา
2) ฝึกเชื่อมโยงความเสี่ยงของการเกิดอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยากับความเสี่ยงด้านยาอื่นๆ เช่น ความคลาดเคลื่อน
ทางยา การจัดการยาที่มีความเสี่ยงสูง
นำเสนอ 1 โครงการ

หมายเหตุ
1) หลักสูตรนี้มีระยะเวลาการฝึกอบรม 16 สัปดาห์ โดยเนื้อหาการอบรมทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติเทียบเท่าได้กับหน่วยกิตของวิทยาลัยเภสัชบำบัดแห่งประเทศไทย จำนวน 17 หน่วยกิต โดยแบ่งเป็น ภาคทฤษฎี 3 หน่วยกิต (หน่วยกิตละ 15 ชั่วโมง) และภาคปฏิบัติ 14 หน่วยกิต (หน่วยกิตละ 30 ชั่วโมง)
2) ผู้เรียนสามารถเก็บสะสมหน่วยกิตต่อเนื่องทางเภสัชศาสตร์ (Continuing Pharmacy Education, CPE) ของศูนย์การศึกษาต่อเนื่องทางเภสัชศาสตร์ สภาเภสัชกรรม ได้จำนวน 45 หน่วยกิต ในส่วนของภาคทฤษฎีโดยการบรรยาย 45 ชั่วโมง

การบริบาลทางเภสัชกรรม สาขาการประเมินและติดตามอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา (ปี 2569) รุ่นที่ 1

Responsive image

ผู้รับผิดชอบหลักสูตร

...
ผศ.ภญ. เดือนกาญจน์ สุทธิเวทย์
ผู้รับผิดชอบหลักสูตร

คณะเภสัชศาสตร์
ภาควิชาบริบาลเภสัชกรรม
ช่องทางในการติดต่อสอบถาม
งานบริการการศึกษาฯ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
lifelong-pharm@cmu.ac.th
053-944-365
...
ใบรับรองสมรรถนะ
ใบรับรองสมรรถนะ (Competency Certificate) คือใบประกาศนียบัตรการันตีความสามารถและสมรรถนะเฉพาะด้าน ที่ผู้เรียนจะได้รับหลังผ่านการประเมินจากหลักสูตรอบรมระยะสั้น
...
การเรียนรูปแบบ Onsite
เป็นหลักสูตรเรียนรู้ในสถานที่
...
การเรียนรูปแบบ Online
เป็นหลักสูตรเรียนรู้ผ่าน Online Platform

* กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนลงทะเบียนหลักสูตร
แนะนำสำหรับคุณ
Card image cap

วันที่รับสมัคร 20 มิ.ย. 2569 - 30 ก.ย. 2569
ภาษาไทย
ราคา 1,500 บาท


เรียนออนไลน์
Card image cap

วันที่รับสมัคร 22 พ.ค. 2569 - 16 ก.ค. 2569
ภาษาไทย
สะสมหน่วยกิต
ราคา 3,600 บาท


เรียนออนไลน์
Card image cap

วันที่รับสมัคร 6 ก.ค. 2569 - 16 ก.ค. 2569
ภาษาไทย
สะสมหน่วยกิต
ราคา 3,600 บาท


เรียนออนไลน์
Card image cap

วันที่รับสมัคร 1 พ.ย. 2568 - 30 ก.ย. 2570
ภาษาไทย
ไม่มีค่าใช้จ่าย


เรียนออนไลน์