หลักการและเหตุผล
การติดตามอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา (Adverse Drug Reaction Monitoring: ADR monitoring) มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความปลอดภัยของผู้ป่วยและประสิทธิภาพของการรักษาทางยา ซึ่งการติดตามอาการไม่พึงประสงค์จะช่วยลดความเสี่ยงที่ผู้ป่วยจะได้รับอันตรายจากการใช้ยา ทำให้แพทย์สามารถปรับปรุงการรักษาให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย และข้อมูลจากการติดตามอาการไม่พึงประสงค์ที่มีการรวบรวมรายงานส่งไปยังศูนย์เฝ้าระวังความปลอดภัยด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพ (Health Product Vigilance center: HPVC) ยังช่วยให้สามารถตรวจจับและประเมินสัญญาณความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์สุขภาพ ซึ่งรวมถึงยาอีกด้วย ในระดับโรงพยาบาล แพทย์และพยาบาลมีบทบาทสำคัญในการสังเกตและรายงานอาการไม่พึงประสงค์ที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วย ทั้งนี้ เภสัชกรโรงพยาบาล เป็นผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงในงานบริบาลทางเภสัชกรรมด้านการติดตาม ADRs ที่ได้รับการรายงานจากบุคลากรทางการแพทย์อื่นๆ อันประกอบด้วย การสัมภาษณ์และเก็บข้อมูลประวัติการใช้ยาและอาการที่เกิดขึ้น การบันทึกรายละเอียดเกี่ยวกับอาการไม่พึงประสงค์ การประเมินความสัมพันธ์ระหว่างอาการไม่พึงประสงค์ที่เกิดขึ้นกับยาที่ใช้ การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อหาสาเหตุและแนวโน้มของอาการไม่พึงประสงค์ การให้คำปรึกษาผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์เกี่ยวกับอาการไม่พึงประสงค์ที่เกิดขึ้น การพัฒนาระบบการติดตามอาการไม่พึงประสงค์ให้มีประสิทธิภาพและครอบคลุมมากขึ้น และเป็นผู้รวบรวมและรายงาน ADRs ที่พบเจอไปยังศูนย์ HPVC ดังนั้น จึงนับได้ว่าเภสัชกรมีบทบาทที่สำคัญอย่างยิ่งในการติดตามอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาในโรงพยาบาล
การทบทวนความรู้และทักษะในการติดตามอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเภสัชกร เนื่องจากวงการแพทย์และเภสัชกรรมมีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง มีการค้นพบยาใหม่ และการเปลี่ยนแปลงแนวทางการรักษา อีกทั้งยังมีข้อมูลเกี่ยวกับอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาที่ถูกรายงานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะช่วยทำให้เภสัชกรสามารถระบุและจัดการกับอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ลดความเสี่ยงที่ผู้ป่วยจะได้รับอันตราย สามารถให้คำแนะนำที่เหมาะสมแก่ผู้ป่วยและทีมแพทย์ ซึ่งช่วยทำให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นการพัฒนาวิชาชีพ ทำให้เภสัชกรมีความเชี่ยวชาญและสามารถให้บริการที่มีคุณภาพสูง ดังนั้น คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และฝ่ายเภสัชกรรม โรงพยาบาลลำปาง จึงร่วมกันจัดให้มีหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพเภสัชกรรม สาขาการประเมินและติดตามอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา หลักสูตรภาคปฏิบัติ 16 สัปดาห์ โดยเป็นการฝึกอบรมระยะสั้นที่มุ่งเน้นให้ผู้เข้าอบรมเข้าใจถึงหลักการทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ ซึ่งกำหนดให้เภสัชกรฝึกปฏิบัติงาน ณ หอผู้ป่วยในทั้งแผนกผู้ใหญ่และเด็ก รวมถึงแผนกผู้ป่วยนอก ของโรงพยาบาลลำปาง อันจะช่วยเพิ่มพูนองค์ความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ให้แก่เภสัชกรที่มีหน้าที่ดูแลและติดตามอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา เพื่อที่จะสามารถนำไปปฏิบัติตลอดจนริเริ่มการให้บริบาลทางเภสัชกรรมด้านการประเมินและติดตามอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาได้จริงเมื่อสำเร็จการอบรม เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่มีความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูงสุด
เนื้อหาของหลักสูตร
หลักสูตรอบรมระยะสั้นการฝึกอบรมระยะสั้นการบริบาลทางเภสัชกรรม สาขาการประเมินและติดตามอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาเป็นหลักสูตรเพื่อการรับรองสมรรถนะ มีระยะเวลาการเรียนรู้รวมจำนวน 465 ชั่วโมง ประกอบด้วยการสอนภาคทฤษฎีโดยการบรรยาย จำนวน 45 ชั่วโมง และการฝึกปฏิบัติในโรงพยาบาลจำนวน 420 ชั่วโมง
รายละเอียดการฝึกอบรม
1. ภาคทฤษฎี การบรรยาย 45 ชั่วโมง โดยมีการบรรยายครอบคลุมเนื้อหาดังต่อไปนี้
| หัวข้อที่ |
หัวข้ออบรม |
จำนวนชั่วโมง |
| 1 |
บทนำการติดตามอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา 1.1 บทบาทเภสัชกรในการติดตามอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา นิยามและความหมายที่เกี่ยวข้องกับงานติดตามอาการไม่พึงประสงค์ จากการใช้ยา
|
1 |
| |
1.2 กลไกการเกิดอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา
|
1 |
| |
1.3 ประเภทการเกิดอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา (Type A & B ADR)
|
3 |
| 2 |
การแพ้ยาข้ามกลุ่มและการวินิจฉัยการแพ้ยาทางห้องปฏิบัติการ 2.1 การแพ้ยาข้ามกลุ่ม: Beta-lactams
|
1 |
| |
2.2 การแพ้ยาข้ามกลุ่ม: Quinolones and Sulfonamides
|
1 |
| |
2.3 การแพ้ยาข้ามกลุ่ม: NSAIDs
|
1 |
| |
2.4 การแพ้ยาข้ามกลุ่ม: Antiepileptic drugs และ contrast media
|
2 |
| |
2.5 การวินิจฉัยการแพ้ยาทางห้องปฏิบัติการ
|
2 |
| 3 |
การแพ้ยาและเภสัชพันธุศาสตร์ Pharmacogenetic in drug allergy: role of pharmacist
|
3 |
| 4 |
ผื่นแพ้ยา: การวินิจฉัยแยกโรคและการรักษาผื่นในเด็ก
|
2 |
| |
ผื่นแพ้ยา: การวินิจฉัยผื่นแพ้ยาที่พบบ่อยในผู้ใหญ่
|
3 |
| 5 |
การรวบรวมข้อมูลและการประเมินผู้ป่วยอย่างเป็นระบบ 5.1 การสัมภาษณ์ประวัติอาการ การรวบรวมข้อมูลอาการ ไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาและแหล่งข้อมูลที่จำเป็นใน การประเมินอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา
|
2 |
| |
5.2 การประเมินผู้ป่วยอย่างเป็นระบบ • การเขียน Timeline • Algorithm ในการประเมิน ADRs เช่น Naranjo’s algorithm, Thai algorithm และ WHO-UMC criteria
|
1 2 |
| 6 |
การสื่อสารเมื่อเกิดอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา 6.1 การสื่อสารข้อมูล ADRs กับบุคลากรทางการแพทย์: Pharmacist’s note และการเขียนรายงานผู้ป่วยเพื่อส่งตีพิมพ์
|
3 |
| |
6.2 การสื่อสารข้อมูล ADRs กับผู้ป่วย: การเขียนบัตรแพ้ยา บัตรเตือนแพ้ยา การให้คำแนะนำเพื่อป้องกันการแพ้ยาซ้ำ
|
2 |
| |
การประเมินอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาอย่างเป็นระบบ 7.1 การประเมินอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาอย่างเป็นระบบ: ตอนที่ 1 กรณีผู้ป่วยเด็ก
|
1 |
| |
7.2 การประเมินอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาอย่างเป็นระบบ: ตอนที่ 2 กรณีผู้ป่วยผู้ใหญ่
|
1 |
| 8 |
Drug-induced diseases 8.1 Drug-induced liver diseases: basic and practical issues for patient management
|
3 |
| |
8.2 Drug-induced renal disorders: basic and practical issue for patient management
|
2 |
| |
8.3 ADR management in chemotherapy
|
2 |
| 9 |
การรายงานอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาและระบบเครือข่าย รายงาน ADRs
|
1 |
| 10 |
การจัดการข้อมูลและการใช้ประโยชน์จากข้อมูลรายงานอาการ ไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา (routine to research to routine :R2R)
|
2 |
| 11 |
การทำ Intensive ADR Monitoring
|
1 |
| 12 |
การเชื่อมโยงตัวชี้วัดด้าน ADR กับการพัฒนาระบบบริหารความเสี่ยง ของโรงพยาบาล
|
2 |
| |
รวม
|
45 ชั่วโมง
|
2. ภาคปฏิบัติ เป็นการฝึกปฏิบัติงานไม่น้อยกว่า 420 ชั่วโมง ประกอบด้วย การฝึกปฏิบัติงานด้านการติดตามและประเมินอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา โดยทำงานร่วมกับสหสาขาวิชาชีพ ได้แก่ แพทย์ พยาบาล เพื่อดูแลผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยในโรงพยาบาล ทั้งผู้ป่วยผู้ใหญ่และผู้ป่วยเด็ก โรงพยาบาลลำปาง โดยกิจกรรมประจำวัน มีรายละเอียดดังนี้
| เวลา |
กิจกรรม |
|
08.00 – 12.00 น.
|
กิจกรรมการให้บริบาลทางเภสัชกรรมด้านการติดตามและประเมินอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา*
|
|
13.00 – 16.00 น.
|
อภิปรายกรณีศึกษากับอาจารย์ประจำแหล่งฝึก ร่วมกับดำเนินกิจกรรมการเรียนการสอนตามที่กำหนด
|
*กิจกรรมการให้บริบาลทางเภสัชกรรมด้านการติดตามและประเมินอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาครอบคลุม รายละเอียดของกิจกรรมดังต่อไปนี้
1) ด้านเภสัชกรรมคลินิก
- การสัมภาษณ์และรวบรวมประวัติข้อมูลผู้ป่วยที่เกิดอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา
- การติดตาม ประเมินและจัดการผู้ป่วยที่เกิดอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา
- การให้ความรู้ และคำแนะนำแก่ผู้ป่วยที่เกิดอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา
- การเขียนบันทึกประวัติผู้ป่วยแพ้ยาในโปรแกรมเวชระเบียนของโรงพยาบาล
- การนำเสนอกรณีศึกษาให้กับอาจารย์และทีมสหวิชาชีพที่ร่วมดูแลผู้ป่วย อย่างน้อย 4 กรณีศึกษา
2) ด้านการประสานงาน
- ระบบการจัดการเมื่อพบผู้ป่วยที่เกิดอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา
- การเข้าถึงข้อมูลผู้ป่วยจากฐานข้อมูลโรงพยาบาล
- ห้องปฏิบัติการ ได้แก่ ระบบการส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ ระบบการรายงานและประสานข้อมูลทางห้องปฏิบัติการ
- ทีมสหวิชาชีพที่ร่วมดูแลผู้ป่วย ได้แก่
1) พยาบาลห้องตรวจ/หอผู้ป่วย: การซักประวัติแพ้ยาหรือการคัดกรองผู้ป่วยแพ้ยา การติดตามอาการผู้ป่วย
2) แพทย์ผู้รักษา: การปรึกษาการสั่งใช้ยา การประเมินอาการแพ้ยา และการจัดการผู้ป่วยที่มีประวัติ/สงสัยแพ้ยา
- คณะกรรมการของโรงพยาบาลที่เกี่ยวข้องกับการจัดการระบบยาและ/หรือการจัดการความเสี่ยงด้านยา ได้แก่ การรายงานผลการวิเคราะห์รายงานการเกิดอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา การนำเสนอมุมมองการจัดการเชิงระบบและการสื่อสารข้อมูล
3) ด้านการจัดการเชิงระบบ แบ่งเป็น 4 กิจกรรม ดังแสดงในตาราง
| กิจกรรม |
ตัวชี้วัด |
1. การวิเคราะห์หาสาเหตุที่ราก (root cause analysis) กรณีพบผู้ป่วยเกิดอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาที่ป้องกันได้ (preventable ADR) |
1 รายงาน |
| 2. การเขียนรายงานผู้ป่วยและนำเสนอกรณีศึกษาผู้ป่วยเกิดอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา |
1 รายงานกรณีศึกษา |
| 3. การบันทึกแบบรายงานผู้ป่วยเกิดอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาเพื่อส่งต่อนักงานคณะกรรมการอาหารและยา |
4 รายงาน |
4. การจัดการเชิงระบบที่เกี่ยวข้องอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา 1) การรวบรวมรายงาน วิเคราะห์ข้อมูล เพื่อหาแนวทางหรือรูปแบบในการป้องกันหรือลดความรุนแรงของการเกิดอาการ ไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา 2) ฝึกเชื่อมโยงความเสี่ยงของการเกิดอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยากับความเสี่ยงด้านยาอื่นๆ เช่น ความคลาดเคลื่อน ทางยา การจัดการยาที่มีความเสี่ยงสูง |
นำเสนอ 1 โครงการ |
หมายเหตุ
1) หลักสูตรนี้มีระยะเวลาการฝึกอบรม 16 สัปดาห์ โดยเนื้อหาการอบรมทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติเทียบเท่าได้กับหน่วยกิตของวิทยาลัยเภสัชบำบัดแห่งประเทศไทย จำนวน 17 หน่วยกิต โดยแบ่งเป็น ภาคทฤษฎี 3 หน่วยกิต (หน่วยกิตละ 15 ชั่วโมง) และภาคปฏิบัติ 14 หน่วยกิต (หน่วยกิตละ 30 ชั่วโมง)
2) ผู้เรียนสามารถเก็บสะสมหน่วยกิตต่อเนื่องทางเภสัชศาสตร์ (Continuing Pharmacy Education, CPE) ของศูนย์การศึกษาต่อเนื่องทางเภสัชศาสตร์ สภาเภสัชกรรม ได้จำนวน 45 หน่วยกิต ในส่วนของภาคทฤษฎีโดยการบรรยาย 45 ชั่วโมง